โยนงานของเขามาให้เราทำ เราควรทำอย่างไรดี
วันก่อนมีนักเรียนสอบถามเข้ามาว่า
ที่ทำงานมีคนลาออกไป 2 คน แต่บริษัทจะรับเข้ามาแทนแค่ 1 คน นั่นหมายความว่าตนเองจะต้องได้รับงานมากขึ้น
แถมที่ผ่านมาเพื่อนร่วมงานมักอ้างว่าทำงานไม่เป็นก็เลยมาให้นักเรียนช่วยอยู่หลายครั้ง จนนักเรียนต้องอยู่ทำโอที ถ้าไม่อยู่ก็ไม่เสร็จ ทั้งๆที่เจ้าของงานได้กลับบ้านตรงเวลา
รู้สึกไม่ยุติธรรม
สำหรับเซนเซ รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่บริษัทจะเพิ่มงานให้พนักงานครับ หน้าที่แรกของเซนเซคือการเป็นล่ามให้กับเจ้านายคนเดียว ซึ่งดูแลเรื่องการไคเซ็น และการปรับปรุงด้านต้นทุนเป็นหลัก
เจ้านายคนนี้มาอยู่ที่บริษัทก่อนเซนเซจะเข้ามาประมาณ 1 ปี ในช่วงแรกที่เขาเข้ามา เขาก็ยังไม่มีล่ามเก่งๆเอาไว้ใช้ ทำให้แสดงความสามารถได้ไม่เต็มที่ เขาจึงไปขอประธานให้จ้างล่ามเก่งๆเข้ามาช่วยเขา
เมื่อประธานอนุมัติ บริษัทรีครูทก็ติดต่อมาที่เซนเซ เมื่อเซนเซตกลงนัดสัมภาษณ์ บริษัทก็ส่งรถจากระยองมารับเซนเซที่นครปฐมเพื่อไปสัมภาษณ์ที่ระยอง เมื่อสัมภาษณ์เสร็จแล้วบริษัทก็ให้รถมาส่งกลับ
หลังจากเซนเซเข้ามาทำงานในบริษัทปัจจุบันตอนแรกก็ได้รับมอบหมายงานให้ซัพพอร์ตเจ้านายคนเดียว แต่ขอให้ช่วยนายญี่ปุ่นคนอื่นแปลด้วยเป็นครั้งคราวนะ เซนเซก็โอเค
หลังจากจบปีแรกของการทำงาน เจ้านายของเซนเซสร้างผลงานได้จำนวนมาก มูลค่าของการปรับปรุงเฉพาะส่วนที่คำนวนเป็นตัวเงินได้นั้นพอจ้างเจ้านายและเซนเซได้หลายสิบปี และเมื่อถึงสิ้นปีที่สอง เจ้านายทำผลงานได้เยอะกว่านั้นขึ้นไปอีกเกือบเท่าตัว
แต่ว่า...เมื่อผลงานเจ้านายดีขึ้นหลังจากรับล่ามใหม่เข้ามา ทำให้นายญี่ปุ่นหลายคนให้เครดิตล่ามอย่างเซนเซด้วย จนถึงขนาดที่ว่าประธานเขียนอีเมลแนะนำประธานบริษัทในเครือทั้งในและต่างประเทศให้ทุ่มเทในการหาล่ามเก่งๆมาช่วยงาน
ซึ่งในความเป็นจริงเซนเซคิดว่าล่ามแค่แปลเฉยๆ ไม่ได้ออกไอเดียอะไร ไม่ได้ลงมือทำอะไร ไม่ควรจะได้เครดิตอะไรหรอก น่าจะเป็นเจ้านายที่ได้เครดิตไปเต็มๆมากกว่า
อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ทำให้เจ้านายญี่ปุ่นคนอื่นก็ชอบเรียกเซนเซไปแปล จนเซนเซกลายเป็นตัวหลักในการแปลแทบทุกประชุมของบริษัท รวมถึงแปลเอกสารด้วย
ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นนั้น ถ้าเทียบกับตอนที่คุยกันทีแรกเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าตัว แต่เซนเซยังทำไหวก็ทำต่อไป
เพราะสำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้น หรือคนที่รับค่าแรงตามเวลานั้น ก็คือเรารับค่าแรงรายวันหรือรายเดือนเพื่อทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ถ้าเป็นคำสั่งงานที่ถูกต้อง เราก็ต้องรับงานนั้นมาทำตามคำสั่งเจ้านายครับ ถ้าต้องทำเกินเวลาก็ทำโอที ถ้ารับเข้ามาแล้วอาจจะไม่ทันกำหนดส่งก็ต้องแจ้งผู้สั่งงานล่วงหน้าก่อน
อย่างไรก็ตามเมื่อรับงานเข้ามาแล้ว เจ้านายเราควรจะรู้ว่าเราทำงานเยอะขนาดไหน ดังนั้น เซนเซจะรายงานเจ้านายตลอดว่าใครมาสั่งงานเรา หรือว่าเราเพิ่งช่วยงานใครมา ถ้ารายงานเป็นอีเมลได้ก็จะดี เพราะสามารถเก็บเป็นหลักฐานได้
นาที่เราปลูก เราต้องเก็บเกี่ยวเองครับ
ผลงานของเรา เราต้องได้เครดิต
และอีกอย่างหนึ่งก็คือ เซนเซระลึกอยู่เสมอว่าเราสามารถสร้างคุณค่าสู่สังคมได้โดยผ่านการทำงาน ดังนั้นยิ่งทำงานเยอะยิ่งภาคภูมิใจครับ