สิ่งที่โรงเรียนล่ามจีนทำ

study3

คล้ายกับแนวทางที่ผมใช้ฝึกฝนตัวเอง ซึ่งผมคิดค้นเอง แต่คล้ายกันโดยบังเอิญ ต่างกันที่เขาทำกันเป็นระบบ ฝึกกันทีเป็นครึ่งวัน ส่วนผมฝึกแค่วันละ 15 นาที เมื่อก่อนก็ฝึกแทบทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้เริ่มฝึกเฉพาะตอนว่างๆ พอได้อ่านบทความนี้ก็รู้เลยว่า ที่เราทำนั้นมันยังไม่พอ แต่จะให้หยุดสอนล่าม หยุดติวN1 ก็คงไม่หยุด เพราะผมเชื่อว่าการพัฒนาวงการต้องเริ่มจากการพัฒนาคน แต่ก็ต้องพยายามหาเวลาพัฒนาความสามารถตัวเองเพิ่มขึ้นอีก อย่างน้อยจากบทความนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่าอยากล่ามญี่ปุ่นเก่งไม่จำเป็นต้องไปอยู่ญี่ปุ่น สู้ๆกันต่อไปนะครับ

Pock Pornchai
3 ชั่วโมงที่แล้ว · แก้ไขแล้ว
#ฤาเราคือล่ามตกยุค

เมื่อวานนี้ทำงานล่ามให้เครือบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทย-จีนที่กำลังจะเป็นพาร์ทเนอร์กับเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น จึงมีการจัดสัมมนาให้ฝั่งไทย-จีน-ญี่ปุ่นที่รับผิดชอบธุรกิจคล้ายกันมาระดมสมองว่าจะสามารถร่วมธุรกิจกันให้เกิดผลเชิง Synergy ได้อย่างไรบ้าง

แน่นอนว่างานสัมมนาระดับนานาชาติแบบนี้ต้องใช้ล่ามเยอะมาก ด้วยความที่มีการแบ่งโต๊ะย่อยสำหรับแต่ละกลุ่มธุรกิจประมาณโต๊ะละ 10 คน วันนี้จึงได้เจอล่ามประกบผู้บริหารจีนที่อิมพอร์ตตรงมาจากจีนหลายคน เอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดของล่ามจีนคือมีแต่คนรุ่นใหม่ ทุกคนเป็นผู้ชาย แทบไม่มีใครอายุเกิน 30 เลย อายุเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 25-27 ปี ทุกคนแต่งตัวดีมาก ใส่สูทเข้ารูปดูทันสมัย เสื้อเชิ้ตกริบ เน็คไทเท่ดูไม่เชย ผิวพรรณหน้าผมทุกอย่างได้รับการดูแลอย่างดี ที่สำคัญคือทุกคนสูงมากกก สูง 180++ ถึงแม้หน้าตาจะดูเป็นตี๋ธรรมดา แต่ด้วยการดูแลตัวเองอย่างดีและการเลือกใส่เสื้อผ้าที่เสริมบุคลิก ขับจุดเด่นที่รูปร่างและมาดอันทันสมัยออกมา ทำให้กองทัพล่ามจากจีนดูราวกับกองทัพนายแบบที่เห็นแล้วทำให้เรารู้สึกตัวเล็กไปทันที

พอได้ยินลีลาการล่ามของล่ามหนุ่มจีนแต่ละคนเราก็ยิ่งตกใจ เพราะสำเนียงภาษาอังกฤษเป๊ะกันมาก มากขนาดที่ทำเอาความมั่นใจในภาษาอังกฤษของเราแทบเหลือศูนย์ แถมวิธีการล่ามยังเป็นแบบที่เราไม่ค่อยได้เห็นคือเป็นการล่ามแบบ whispering + simultaneous คือแปลสิ่งที่คนอื่นบนโต๊ะสัมมนาพูดให้ผู้บริหารที่ตัวเองประกบอยู่ฟังโดยกระซิบใส่หูแบบสด ๆ โดยเวลาที่ผู้บริหารที่มีล่ามจีนประกบพูดก็จะพูดกระซิบใส่หูล่าม ให้ล่ามแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นแบบสดต่อ ไม่มีการเว้นจังหวะให้แปล

สำหรับเราแล้ว ล่าม whispering เป็นล่ามที่ทำยากที่สุด เพราะนอกจากจะต้องใช้ความสามารถและสมาธิในการแปลสดแล้ว บ่อยครั้งที่สภาพการทำงานไม่เอื้ออำนวย มีเสียงดังรบกวนทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงคนพูด แถมยังมีตัวแปรภายนอกมากมายที่ทำให้เสียสมาธิ การแปลสดโดยฟังจากหูฟังในบูธจึงยังง่ายกว่า เพราะเอื้อต่อการรวบรวมสมาธิกว่ามาก

ด้วยเหตุนี้เราจึงทึ่งมากเมื่อเห็นล่ามจีนที่ดูอายุยังน้อยสามารถล่ามแบบนี้ได้โดยล่ามออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่สวยงาม ใช้ศัพท์ดี แกรมม่าเป๊ะ แถมสำเนียงยังแทบไม่ต่างจากเจ้าของภาษา ยิ่งได้ยินภาษาญี่ปุ่นจากปากล่ามคนเดียวกันยิ่งอึ้ง เพราะสำเนียงสุดยอดมากชนิดหากหลับตาคงนึกว่าคนญี่ปุ่นพูดอยู่ แถมเคโกะยังเป๊ะ ศัพท์แสงที่ใช้ก็ดูดีมีชาติสกุลเหมาะสมกับบริบท ลีลาการแปลกระชับไม่เยิ่นเย้อ ที่สำคัญแปลได้เร็วแทบไม่เกิด lag เลย จนดูเหมือนเขาพากย์เสียงอังกฤษ/ญี่ปุนให้ผู้บริหารที่พูดจีนอยู่เลย สร้างแรงกดดันให้กับล่ามที่นั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันอย่างเราเป็นเท่าทวีคูณ เพราะแก่กว่าเกือบ 10 ปีแต่เทียบเขาไม่ติดในทุก ๆ ด้าน

พอพักกินกาแฟ ก็เลยหาโอกาสเข้าไปถามเขาว่าทำไมถึงเก่งได้ถึงเพียงนี้ เคยไปอยู่อเมริกาหรือญี่ปุ่นมาหรือเปล่า คำตอบที่ได้ก็ยิ่งช็อคขึ้นไปอีก เพราะเขาไม่เคยไปเรียนต่างประเทศเลย ภาษาอังกฤษเรียนแต่เด็ก ภาษาญี่ปุ่นเริ่มเรียนตอนม.ปลาย หลังจากจบมหาวิทยาลัยซึ่งเรียนเอกด้านภาษาแล้ว ก็เข้าโรงเรียนล่ามต่ออีก 2 ปีเท่านั้น ที่ได้ภาษาจริง ๆ คือในโรงเรียนล่ามนี่เอง เพราะการสอนโหดมาก ครึ่งวันสอนเทคนิค ภาษา ศัพท์เฉพาะ และทฤษฎีในการล่าม อีกครึ่งวันเข้าบูธจำลองสถานการณ์แปลสดอัดเสียงมาเปิดให้เพื่อนและครูวิจารณ์ การบ้านแต่ละวันคือการเอาไฟล์ที่อัดเสียงที่ตัวเองแปลวันนั้นไปฟังซ้ำว่าพลาดตรงไหน แล้วนำคอมเมนต์ของเพื่อน ครูและสิ่งที่ตัวเองฉุกคิดได้ขณะฟังซ้ำไปเขียนวิเคราะห์ว่าบกพร่องตรงไหนอะไรยังไงแล้วนำมาส่งครูวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นการทวนศัพท์และปรับปรุงสำเนียงและลีลาการล่ามตัวเองไปในตัว ฟังแล้วรู้เลยว่าทำไมเขาถึงเก่งเพียงนี้ เพราะมีสถาบันที่เน้นเคี่ยวเชิงปฏิบัติไปพร้อมกับทฤษฎีคอยขัดเกลาฝีมือนั่นเอง

ที่จีนแทบไม่มีตลาดสำหรับล่ามพูดตามเพราะเสียเวลาลูกค้า (ฟังแล้วจุกเพราะเหมือนโดนตบหน้า) ล่ามทุกคนฝึกการทำล่ามพูดพร้อมมาโดยพื้นฐาน ถ้าทำไม่ได้ส่วนใหญ่ก็จะเรียนไม่จบโรงเรียนล่าม ไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้ ตอนนี้การแข่งขันในวงการล่ามจีนยิ่งรุนแรงเพราะรายได้ดี คนอยากทำเยอะ ทำให้ล่ามที่ได้แค่ 2 ภาษา (จีน/อังกฤษ หรือ จีน/ญี่ปุ่น อย่างใดอย่างหนึ่ง) หางานยาก ต้องได้อย่างต่ำ 3-4 ภาษาถึงจะได้งานดี ๆ (ส่วนใหญ่จะเป็น จีนกลาง/จีนกวางตุ้ง/อังกฤษ/ญี่ปุ่น) ยิ่งเป็นล่ามผู้บริหารการแข่งขันยิ่งสูง แค่ภาษาดีอย่างเดียวไม่ได้ หน้าตาต้องดีด้วย เพราะถือเป็นหน้าเป็นตาของผู้บริหารคนนั้น ทุกคนเลยต้องรักษารูปร่างหน้าตาให้ดี แต่งตัวต้องเป๊ะ ที่ผู้ชายเยอะก็เพราะเวลาตามผู้บริหารไปล่ามตอนเลี้ยงรับรองลูกค้าดึก ๆ ต้องเข้าผับเข้าบาร์จะได้ไม่มีปัญหา ที่ไม่มีล่ามแก่ ๆ เพราะพออายุได้สัก 30 แล้ว ส่วนใหญ่ล่ามก็จะเบนเข็มเข้าทำงานสายบริหาร หรือไม่ก็เก็บเงินและสั่งสมความรู้เชิงธุรกิจระหว่างทำล่ามออกมาเปิดกิจการของตัวเอง…

ที่สำคัญล่ามที่มางานนี้ยังไม่ถือว่าระดับท็อป เพราะถ้าตัวเด็ดจริง ๆ พวกบริษัท IT ที่กำลังบูมสุด ๆ อย่าง Foxconn, Xiaomi, China Mobile ฯลฯ จะดึงตัวไปจากโรงเรียนล่ามเลย ที่มาวันนี้ยังแค่ระดับรองท็อปเท่านั้น

เห็นล่ามหนุ่ม ๆ ออกมาจากห้องประชุมด้วยท่าทางชิล ๆ คุยหัวเราะกันได้ปกติแล้วยิ่งสะท้อนใจ เพราะเราเหนื่อยสมองจากการแปลมาก สำหรับเรางานนี้โหดมาก ต้องแปลทั้งไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ แบบ whispering สลับไปมาแทบตลอดเวลา ออกมาแทบไม่มีแรงทำอะไรอย่างอื่น คืนก่อนก็นอนไม่พออีก เฟลตัวเองอีก รู้สึกเลยว่าในอนาคต งานที่ต้องการความสามารถในการแปลเหมือนพากย์โดยต้องใช้มากกว่าสองภาษาแบบนี้จะเยอะขึ้นเยอะ เพราะ 1. ไม่มีใครอยากเสียเวลาคุยกันสองเท่าเพื่อรอล่ามแปล 2. การร่วมทุนในระดับนานาชาติของธุรกิจใหญ่ ๆ จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้งานล่ามต้องการความยืดหยุ่นทางภาษาเพิ่มขึ้น ล่ามที่แปลได้แค่สองภาษาจะหมดความหมายเพราะไม่ตอบโจทย์…

…วันนี้ทำให้เรารู้เลยว่าจริง ๆ แล้วเมื่อเทียบในระดับโลก เรายังตัวเล็กกระจ้อยร่อยด้อยความสามารถมาก ๆ skill set ที่เรามีอยู่ก็เชยหลุดยุคไปแล้ว แก่กว่าเขา แต่ความสามารถด้อยกว่าเขาหมด แม้แต่เรื่องภายนอกอย่างการแต่งตัวยังสู้เขาไม่ได้เลย เราแค่โชคดีที่การแข่งขันในวงการล่ามไทยยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับจีน เลยอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้…

สรุปแล้วคำพูดที่ว่า “ของที่ผลิตจากจีนคุณภาพห่วย” เป็นคำพูดที่เชยมาก แสดงถึงทัศนคติอันแสนคับแคบล้าหลังของคนพูด เพราะนอกจากมือถือรุ่นใหม่จากจีนจะดูมี Innovation และคุ้มค่าคุ้มราคากว่ามือถือค่ายพรีเมียมแล้ว ล่ามที่จีนผลิตออกมายังมีคุณภาพสูงกว่าล่ามไทยชนิดเทียบกันไม่ติด…

www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A4%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84

  • にほんブログ村 教育ブログ 日本語教育へ
この記事が気に入って頂けましたらシェアをお願いいたします。非常に励みになります。
หากท่านชื่นชอบบทความนี้ ขอความกรุณาช่วยกดแชร์ให้หน่อยนะคะ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเรานะคะ


JTC日タイ交流会話クラブ

関連記事

jet academy

มาช่วยงานโรงเรียนเก่าครับ

ใครที่สนใจอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นก็มาเจอกันได้นะครับ

記事を読む

勉強

การแปลคำกริยารูปปฏิเสธอดีตกาล

しなかった ปกติเราแปลว่า... ในภาษาไทยไม่มีกาลของกริยา

記事を読む

ขอประกาศนะครับ

เราจะปิดรับสมัครคอร์สล่ามวันที่ 14 กันยายนนี้ ใน

記事を読む

格言

สังคมที่ไม่ยอมรับความผิดพลาด

จะผลิตองค์กรที่ไม่รายงานความผิดพลาด By: heiwa4

記事を読む

在京タイ大使館

งานน่าสนใจ เมื่อก่อนเคยอยากทำ

พอดีท่านเอกอัคราชทูตท่านเอ็นดูเรียกไปคุย ท่านก็แน

記事を読む

働く

ชอบข้อไหนแปลข้อนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นเลยครับ ฝึกดู

ผมชอบ ข้อ 25 人によっては10年勤続しても1年目の能力のままで10年間続けているだけ。

記事を読む

ピカソの明言

การบ้านวันนี้ จงแปลข้อควมนี้เป็นภาษาไทย

名言コツコツ 【朝名言でやる気チャージ!】 明日に延ばしてもいいのは、 やり残して死んでも

記事を読む

アンドロイド

วันเสาร์นี้เซนเซจะไปเรียนทำแอพแอนดรอยด์

ถ้าเรียนแล้วทำเป็น จะทำแอพดิกออกมาให้ใช้ออฟไลน์กัน

記事を読む

給与所得税

50 ทวิ ย่อมาจาก หนังสือรับรองการหักภาษี ตามมาตรา 50 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร

ตรงกับคำภาษาญี่ปุ่นที่ว่า 給与所得の源泉徴収票 きゅうよしょとくのげん

記事を読む

セミナー

วันนี้อบรม internal auditor 

วันนี้อบรม internal auditor อาจารย์เขาเอาเวิร์กช็

記事を読む

ryansunsensei02
เปิดรับสมัครนักเรียนครับ คอร์สติว N1-N2 สดและออนไลน์

เปิดรับสมัครนักเรียนครับ ✩●ค

読解攻略 日本語能力試験
เรียนภาษาญี่ปุ่นนอกจากทำงานเป็นล่ามได้เงินเยอะแล้ว

เรียนภาษาญี่ปุ่นนอกจากทำงานเป็นล่าม

通訳
ข้อดีอย่างหนึ่งของการจ้างล่ามประจำคือ งานยาก งานด่วนสั่งได้หมด

ข้อดีอย่างหนึ่งของการจ้างล่ามประจำค

勉強
รับสมัครคอร์สติว N1-N2 ออนไลน์ฟรี 

รับสมัครคอร์สติว N1-N2 ออนไลน์ฟรี

勉強
การบ้านวันนี้

การบ้านวันนี้ จงแปลสำนวน "พลิกวิกฤ

仕事
ถ้าได้รับออฟเฟอร์จากบริษัทใหม่ที่เรารู้แล้วว่าวัฒนธรรมและอื่นๆแย่กว่าแน่ๆ

ถ้าได้รับออฟเฟอร์จากบริษัทใหม่ที่เร

→もっと読む

PAGE TOP ↑